 |
 “ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือทำงานประจำ ถ้าคุณมีศักยภาพพอและไม่ยอมหยุดพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จได้ ไม่มีอะไรดีกว่าอะไรหรอกครับ ขอแค่คุณรู้จักตัวเองและรู้จักงานของคุณดีพอเท่านั้น”
ปีเตอร์ ทวีผลเจริญ
Profile :
อายุ : 27 ปี
การศึกษา : Travel Industry Management - Hotel Management, University of Hawaii
หน้าที่การงาน : Managing Director, Daddy Dough (Thailand) Co., Ltd. |
สำหรับคนรักเบเกอรี่เชื่อว่าคงได้เคยผ่านตากับโดนัทแบรนด์ใหม่ชื่อสะดุดหู “Daddy Dough” กันมาแล้ว เพราะโดดเด่นด้วยรสชาติแป้งสูตรคุณพ่อเนื้อนุ่มและทอปปิ้งหลากหลายไม่ซ้ำใคร ส่วนในแวดวงธุรกิจนั้นก็เรียกได้ว่าน่าจับตามองเช่นกัน เพราะถึงแม้จะเป็นน้องใหม่ในวงการ แต่ด้วยฝีมือผู้บริหารหนุ่มไฟแรงอายุเพียง 27 ปีอย่างคุณปีเตอร์ กลับสามารถทำให้ Daddy Dough แจ้งเกิดได้อย่างสวยงามและมีการเติบโตอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาแค่ 3 ปีเท่านั้น
ช่วยเล่าความเป็นมาของร้าน Daddy Dough ให้ฟังได้ไหมคะ
“แต่ก่อนคุณพ่อคุณแม่ผมเปิดร้านเบเกอรี่ที่ LA อยู่ก่อนแล้วครับ พอกลับมาเมืองไทยก็มาเปิดร้านอาหาร Maria Pizzeria ที่เจริญกรุง ก่อนจะย้ายมาที่สีลมในปัจจุบัน ต่อมาก็มีกระแสร้านเบเกอรี่ที่โด่งดังขนาดมีคนต่อแถวกันก็เลยจุดประกายให้สนใจ อย่างร้านโดนัท Crispy Cream ที่อเมริกาก็มีคนต่อแถวเหมือนกัน พ่อก็เลยถามผมว่าลองทำดูไหม พอสรุปว่าลองก็เลยกั้นห้องแบ่งจากร้านอาหาร ลองทำตู้ขึ้นมาวางขายดูโดยใช้ชื่อว่า Daddy Dough ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะการตกแต่งเป็นของเดิมไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่มเติมมาก แต่ก็ปรากฏว่าขายได้”
เพราะอะไรถึงเลือกโดนัทเป็นพระเอกคะ
“ตอนนั้นร้านดังๆ ในเมืองไทยยังมีแค่ 2 เจ้าครับ และ ด้วยความที่คุณพ่อคุณแม่เคยเปิดร้านเบเกอรี่มาก่อนก็เลยทดลองทำแป้งโดนัทตามสูตรของคุณพ่อออกมา พบว่ามีความแตกต่างจากเจ้าอื่นเลยคิดว่ามันน่าจะไปได้และมันก็ขายได้จริงๆ ช่วงเดือนแรกๆ ก็เริ่มเห็นแล้วว่ามีลูกค้าประจำเข้ามาซื้อซ้ำ ซึ่งหากคนที่ชอบโดนัทยี่ห้ออื่นเค้าอาจจะไม่ชอบ Daddy Dough เลยก็ได้ แต่กลยุทธ์ของเราก็คือ ไม่ชอบไม่เป็นไร ขอให้คุณลองสักครั้งหนึ่งก็พอ ซึ่งคนส่วนใหญ่ถ้าชอบ Daddy Dough ก็จะไม่กลับไปซื้อยี่ห้ออื่นอีกเลย มันเป็นความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
หลังจากเห็นว่าเริ่มไปได้ผมเลยทำ Business Plan จริงจัง จ้าง Interior Designer มาออกแบบร้าน พร้อมกับใส่คอนเซ็ปต์เข้าไปให้ชัดเจนคือมีโชว์วิธีการทำด้วยเครื่องจักรให้เห็นว่าเป็นยังไง ฟีดแบคก็ออกมาดี ดูจากการการซื้อซ้ำและบอกต่อ เราโตมาจากตรงนี้เลย เพราะเป็นธุรกิจครอบครัวไม่ได้อัดโฆษณาทีวีหรือวิทยุ ในเว็บไซต์อย่างพันทิปก็มีการบอกต่อกันซึ่งตรงนั้นมันนอกเหนือความสามารถของเราที่จะให้ใครไปเขียนรีวิวได้ เพราะอย่างที่ทราบว่าสามารถเช็คไอพีได้และล็อคข้อมูลบัตรประชาชนไว้ ทำให้เราได้รู้ฟีดแบคว่าที่เค้ามาโพสต์นั่นคือเสียงตอบรับจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการปั่น”
จากสูตรแป้งคุณพ่อมาถึงมือคุณลูกอย่างนี้แล้ว คุณปีเตอร์ได้ร่วมพัฒนาสูตรด้วยหรือเปล่าคะ
“สำหรับ Double Choc กับ Cappuccino เป็นตัวคลาสสิคที่คุณพ่อคิดและไม่เคยเปลี่ยนเลย แต่พวกโดนัทหน้าใหม่ๆ จะเป็นผมคิดหมดเลยครับ กลุ่มเป้าหมายหลักของเราเป็นกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานซึ่งมักจะชอบพวกช็อคโกแลต หลังๆ ก็จะมีการเพิ่มสีสันความหวือหวามากขึ้น อย่างเช่นหน้าแยมต่างๆ ที่ดึงดูดความสนใจกลุ่มลูกค้าเด็กๆ ผู้สูงอายุก็จะนิยมพวกธัญพืช หวานน้อย ซึ่งในอนาคตก็จะมีสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากโดนัทแน่นอน แต่จะเป็นอะไรต้องขออุบไว้ก่อนครับ (ยิ้ม)” เมื่อก้าวมาเป็นเจ้าของธุรกิจเองแบบนี้ คุณปีเตอร์ได้เรียนรู้อะไรบ้างคะ
“ปกติแล้วผมเป็นคนเรียนรู้เร็ว ตอนทำงานประจำเป็น AE ผมก็จะเรียนรู้งานขายได้เร็วมาก ซึ่งผมก็ต้องขอบคุณเจ้านายของผมมากที่ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรดีๆ หลายอย่าง เขาจะย้ำเสมอว่าให้รู้จัก Pain ของลูกค้า คือรู้ว่าลูกค้ามีความเจ็บปวด มีความต้องการสินค้าเราขนาดไหน เพราะสินค้าเราเป็นซอฟท์แวร์ เฉพาะไม่ใช่ไมโครซอฟท์ออฟฟิศที่มีขายทั่วๆ ไป เพราะฉะนั้นเราก็ต้องอ่านความต้องการของเค้าให้ออก ต้องรู้วิธีพรีเซ้นต์งาน ต้องรู้ว่าควรตั้งราคาอย่างไรให้เหมาะ และควรคุยกับโปรแกรมเมอร์อย่างไรให้งานออกมาตรงตามโจทย์ ทุกอย่างมันเป็นทักษะของเซลส์ทั้งนั้น ซึ่งไม่ใช่ว่าฉลาดแกมโกงนะ ผมว่ามันเป็นทักษะที่เราเอามาใช้กับงานไหนก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นงาน AE มันก็จะมีกรอบว่าจะเป็นไปในทางไหนและต้องทำอะไร เราแค่มุ่งขายสินค้าเท่านั้น แต่พอลาออกมาปุ๊บมันให้ความรู้สึกเหมือนนั่งเก้าอี้แล้วหมุนมองไป 360 องศา ต้องคิดเองหมดว่าวันนี้เราจะต้องทำอะไรบ้าง แรกๆ มันไม่ชินเลย ผมใช้เวลาอยู่ 3 เดือนในการเรียนรู้ที่จะมองอะไรให้กว้างขึ้น รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ณ ตอนนี้ให้กลับไปทำงานประจำก็คงไม่แล้วเพราะเราได้เรียนรู้ ได้มองอะไรกว้างกว่านั้นมากแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือทำงานประจำ ถ้าคุณมีศักยภาพพอและไม่ยอมหยุดพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จได้ ไม่มีอะไรดีกว่าอะไรหรอกครับ ขอแค่คุณรู้จักตัวเองและรู้จักงานของคุณดีพอเท่านั้น”
เวลาเกิดปัญหาเฉพาะหน้าคุณปีเตอร์ทำอย่างไรคะ
“วันแรกที่เอาเครื่องจักรมาวางเครื่องเจ๊งเลยนะ (หัวเราะ) ทอดไปสักพักเหล็กมันขยายตัว ผมเลยต้องปรับใหม่หมดเพราะแต่แรกมันเป็นเครื่องจักรที่เราออกแบบและสั่งเค้าประกอบขึ้นมาเอง ถือเป็นการลองผิดลองถูกจริงๆ กว่าจะลงตัวได้อย่างทุกวันนี้ครับ การเป็นเจ้าของธุรกิจนี่มันต้องคิดอยู่ตลอด ในหัวนี่วิ่งอยู่ตลอดเวลาจริงๆ บางทีเจอปัญหาก็มีท้อ ก็อนุญาตให้ท้อได้ไม่ว่าจะตัวผมหรือลูกน้อง กลับบ้านไปนอนก่อนก็ได้ เพราะบางทีให้แก้ปัญหาทันทีมันแก้ไม่ออกหรอก พอความเครียดมันคลายลงแล้วค่อยกลับมาแก้ปัญหาต่อ ต้องดึงตัวเองกลับมาที่เดิม ไม่ใช่ท้อแล้วหลุดไปเลย จะเน้นว่าทำอะไรต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ก็ถือว่าสนุกดีแต่เหนื่อยมาก สมัยก่อนเสาร์-อาทิตย์ปุ๊บเราก็ถอดปลั๊กไม่รู้ไม่ชี้ ไปเที่ยวกับเพื่อนเต็มที่ มาตอนนี้ต้องทำงานเต็มวันจันทร์-เสาร์ พอหยุดวันอาทิตย์ก็เหมือนไม่ได้หยุด ต้องไปเดินดูสาขาต่างๆ ตามห้างด้วย”
ทำงานหนักแบบนี้ คุณปีเตอร์มีวิธีผ่อนคลายความเครียดและดูแลตัวเองอย่างไรบ้างคะ
“ผมชอบการออกกำลังกายที่ได้วิ่งหรือการดูหนัง แต่การอาบน้ำฝักบัวนี่ได้ผลที่สุดแล้วสำหรับผม เคยไปออกกรายการวิทยุแล้วผมพูดแบบนี้ไม่รู้ว่าเค้าจะคิดว่าผมบ้าหรือเปล่า (หัวเราะ) แต่มันได้ผลจริงๆ นะ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละคน เราจะต้องหาให้ได้ว่าตัวเราเหมาะกับอะไร มันไม่ใช่ว่าหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองตามตำราเป๊ะ แต่ละคนมีวิธีไม่เหมือนกัน ในเรื่องสุขภาพก็มีไปออกกำลังกายกับเพื่อนๆ บ้างอย่างเตะบอล ตีแบด หรือไปตีกอล์ฟบ้าง เรื่องทานอาหารก็ตามปกติ ส่วนพวกหน้าตานี่ปกติผมไม่ใช้อะไรเลย เพราะรู้สึกว่ามันดูผู้หญิงไป จนกระทั่งได้ DHC เป็นของขวัญผมก็ยังคิดอยู่ว่ามันจะดีเหรอ แต่เวลาเปิดสาขาใหม่ตามห้างผมจะต้องไปคุมงานด้วยตัวเอง ไปนอนค้างที่นั่นทุกคืน โดยเฉพาะคืนสุดท้ายก่อนจะเปิดเนี่ยหนักมาก และผมเป็นคนอดนอนไม่ค่อยได้ พอเราอดนอนสักคืนนึงปุ๊บมันก็จะรวนไปหมดเลย พอวันนึงตื่นขึ้นมาเห็นหน้าตัวเอง โอ้โห ยอมรับว่ามันดูโทรมมาก ก็เลยเอา Q10 Eye Cream ที่ได้มาลองทาดู ส่วนตอนกลางคืนก็ใช้ for MEN Face Cream และใช้ for MEN Shaving Foam บ้างเวลาโกนหนวด บางทีก็ยังติดนิสัยเดิมๆ แบบผู้ชายบ้างคือขี้เกียจทาอะไรเยอะ แต่พอใช้ๆ ไปก็เริ่มมีคนทัก อย่างไม่กี่วันมานี้เองมีคนทักว่าผมหน้าใสมาก ผมก็ยังงงๆ ว่าจริงเหรอเพราะไม่ค่อยสังเกตตัวเองเท่าไหร่ แต่คนรอบข้างสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีแบบนี้ได้ก็รู้สึกพอใจมากครับ ถือเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผมจริงๆ” . . . .
บทความและภาพเป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัท ดีเอชซี (ประเทศไทย) จำกัด หากต้องการนำภาพและบทความไปใช้กรุณาติดต่อ OliveClub@dhc.co.th หรือ webmaster@dhc.co.th .
|