คุณเป็นโรค Office Syndrome อยู่หรือเปล่า
ทุกคนมีเวลาคนละ 24 ชั่วโมงต่อวัน แต่หลายคนต้องหมดเวลาเกินครึ่งไปกับการทำงานในออฟฟิศและติดแหงกอยู่บนท้องถนน วิถีชีวิตแบบใหม่นี่เองจึงเป็นที่มาของคำว่า “ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพ” แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะถึงแม้จะอยู่ในที่ทำงาน เราก็สามารถดูแลสุขภาพให้แข็งแรงพร้อมลุยงานได้ตลอดวัน ก่อนที่ Office Syndrome จะถามหาค่ะ
Office Syndrome คืออะไร
หากเปรียบไปแล้วก็เหมือนโรคที่ไม่ใช่โรค เพราะสาเหตุไม่ใช่เชื้อโรคใดๆ แต่เกิดจากการใช้ชีวิตของเราเอง เช่นการนั่งหรือยืนทำงานอยู่กับที่นานๆ โดยไม่เคลื่อนไหวอิริยาบถหรือพักสายตา การจัดสิ่งแวดล้อมไม่ดี รับประทานอาหารไม่ได้สมดุล รวมถึงขาดการออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ชาตามมือและเท้า ปวดตา ตาแห้ง สู้แสงไม่ค่อยได้ ฯลฯ ซึ่งหากปล่อยไว้ อาการผิดปกติเหล่านี้อาจลุกลามกลายเป็นโรคเรื้อรังที่รุนแรงกว่าเดิมได้ เช่น ข้อเสื่อม ปลายประสาทอักเสบ เส้นเลือดอุดตัน ต้อหิน และอื่นๆ อีกมากมาย คนที่เป็นอย่ารอช้า ยังไม่เป็นก็อย่าชะล่าใจ มาดูแลสุขภาพตัวเองตามคำแนะนำดีๆ ต่อไปนี้กันดีกว่านะคะ ยืนดี นั่งดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
ก่อนลงมือทำงานแต่ละครั้งลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่านั่งและยืนได้ถูกต้องตามหลักต่อไปนี้หรือไม่ • ควรให้สายตาห่างจากหน้าจอ 45-60 เซนติเมตร • หน้าจอควรต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย ส่วนแป้นพิมพ์ก็ไม่ควรอยู่สูงจนเกินไป เพื่อป้องกันการเกร็งกล้ามเนื้อเป็นเวลานานๆ ลองสังเกตที่ไหล่ดูนะคะ หากไหล่คุณยกสูงขึ้นเวลาพิมพ์หรือจับเม้าส์ แสดงว่ากล้ามเนื้อกำลังเกร็งเกินไปแล้ว • หลังควรพิงกับพนักให้เต็มที่และตั้งตรง เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย การโน้มตัวมาข้างหน้ามากไป หรือนั่งตัวเอียงจะทำให้กล้ามเนื้อเครียดเกร็ง และอาจทำให้กระดูกสันหลังคดได้ในระยะยาว • เท้าควรวางราบกับพื้น หรือหาเก้าอี้ตัวเล็กรองเท้าไว้เพื่อไม่ให้เท้าห้อยและเกิดแรงกดทับต้นขาด้านหลัง การที่ของเหลวไหลเวียนไม่สะดวกจะทำให้เกิดเซลลูไลท์และยังทำให้ขาบวมขึ้นด้วยค่ะ • หลายคนมักเข้าใจว่าการยืนพักขาคือท่ายืนที่สบาย แต่จริงๆ แล้วเราควรยืนหลังตรง แยกเท้าออกจากกันเล็กน้อย ถ่ายน้ำหนักไปที่เท้าทั้งสองเท่าๆ กันให้สมดุล หากต้องการพักขาควรหาอะไรมารองไว้จะดีต่อสุขภาพมากกว่าค่ะ
เลือกผู้ช่วยให้ถูก
ปัจจุบันอุปกรณ์เครื่องใช้อย่างคอมพิวเตอร์ถือเป็นผู้ช่วยที่ขาดไม่ได้ ลงทุนเลือกแบบที่ใช่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและถนอมสุขภาพคุณไปได้อีกหลายปีทีเดียว • เลือกหน้าจอที่มีค่า Dot Pitch ต่ำ ซึ่งจะทำให้ภาพหน้าจอคมชัด สบายตาขึ้น • เปลี่ยนจากจอโค้งๆ อย่าง CRT เป็นจอ LCD แทน ช่วยลดอาการเพ่งสายตาได้อีกหลายเท่า • อัตรา Refresh Rate หรือความถี่ในการแสดงภาพ ควรปรับให้อยู่ที่ 70-80 Hz จะทำให้ภาพนิ่ง ไม่สั่นหรือกระพริบ • ใช้แผ่นกรองรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และปรับความสว่างของหน้าจอแต่พอดี เพราะแสงสว่างจ้าเกินไปจะทำร้ายดวงตาให้ล้าและระคายเคืองได้ง่าย • ติดแป้นรองข้อมือที่คีย์บอร์ดลดภาระให้ข้อมือ เนื่องจากการที่มือต้องกระดกขึ้นลงบ่อยๆ จะทำให้เส้นเอ็นอักเสบและเกิดพังผืด จึงอาจมีอาการชาปลายมือตามมาได้ Tip ถึงจะเลือกผู้ช่วยได้ดีแค่ไหน ก็ไม่ควรลืมพักสายตาจากคอมพิวเตอร์ทุกๆ 20 นาทีนะคะ ฉลาดกิน อยากทานของมัน ลองหันมากินถั่ว เช่น อัลมอนด์ พิสตาชิโอ แมคคาเดเมีย หรือสลัดเย็นสดชื่นใส่อโวคาโดแทนของทอดน้ำมันเยิ้ม จะทำให้เราสบายตัวขึ้นแถมยังมีประโยชน์ต่อผิวพรรณและสมองด้วย อยากทานของหวาน ลองผลไม้อบแห้ง โยเกิร์ตใส่ผลไม้สด หรือเอาสมูธตี้แก้วโปรดไปใส่ช่องทำน้ำแข็งทานเป็นเชอร์เบทเย็นเจี๊ยบ หวานดีแบบมีประโยชน์ อยากทานของกรอบ เอาปลาเส้นใส่ไมโครเวฟอบหรือคั่วไฟอ่อนให้กรอบ เก็บไว้เป็นของว่างยามเครียดแทนมันฝรั่งทอดกรอบ หรือจะพกผักกรอบๆ อย่างเบบี้แครอท หรือเซเลอรี่ไว้จิ้มกับดิปสูตรโปรดก็ดี อยากทานแป้ง ทานแป้งทั้งที่ต้องเลือกที่มีประโยชน์อย่างขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้อง ที่มีเส้นใยอาหารมากกว่าแป้งขัดขาวธรรมดา หรือหากจะทานแป้งขัดขาวก็ควรเลือกเติมธัญพืชอย่างถั่ว เผือก ข้าวโพด หรือมันลงไปเพื่อเพิ่มคุณค่าหลากหลายขึ้น อยากทานช็อคโกแลต ควรเลือก Dark Chocolate เข้มๆ แบบน้ำตาลน้อยจะช่วยดับความโหยได้มากกว่า Milk Chocolate ที่มีน้ำตาลและไขมันสูงแต่ปริมาณช็อคโกแลตต่ำ จึงมักทำให้เราเผลอทานมากโดยไม่รู้ตัว
  ของว่างหอมอร่อยที่อุดมด้วยวิตามินถึง 9 ชนิด และสารอาหารที่ผู้หญิงต้องการ DHC Shortbread (4 pieces x 2 packs) Plain Flavor/Cheese Flavor รหัสสินค้า 2439, 2440 ราคา 100.-
 อร่อยหนึบเคี้ยวมันเต็มรสช็อคโกแลต พร้อมธัญพืชกรุบกรอบเพิ่มคุณค่า DHC Protein Bar Chocolate Flavor with Cereal 25g x 12 bars รหัสสินค้า 2792 ราคา 650.-
บริหารความร่าเริงกันสักหน่อยหากคิดงานไม่ออกอย่ามัวนั่งแช่อยู่กับที่ ลุกเดินไปทักทายเพื่อนต่างแผนกเรียกรอยยิ้ม หรือไปดื่มน้ำเสียหน่อย แรงบันดาลใจอาจปิ๊งขึ้นมาในนาทีนั้นก็เป็นได้ หรือจะบริหารความสดชื่นอยู่กับที่ก็เป็นไอเดียที่ดีค่ะ
 หายใจเข้า กดคางลงแนบอก แล้วเริ่มต้นหมุนช้าๆ ไปตามลูกศร หายใจเข้า-ออกตามปกติ ควรทำอย่างช้าๆ และผ่อนคลาย จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี สมองแจ่มใส ไม่ง่วงมึน |  เขยิบก้นห่างจากพนักเล็กน้อย ประสานมือไว้ด้านหลัง หันหลังมือออกด้านนอก แขนเหยียดตรง จากนั้นก้มลง โน้มแขนมาทางศีรษะเท่าที่ทำได้ หายใจเข้าออกปกติ นับ 1-10 แล้วคลายกลับท่าเดิม สำหรับคนที่มีพุงไม่ควรก้มหัวลงตรงๆ เพราะอาจปวดหัวได้ แนะนำให้กดคางลงจะรู้สึกสบายค่ะ |  เอามือแตะไหล่แล้วหมุนศอกเป็นวงกลมไปข้างหน้า 10 ครั้ง ข้างหลังอีก 10 ครั้ง ข้อต่อบริเวณหัวไหล่จะยืดหยุ่น คลายความเมื่อยได้ชะงัด |  นั่งให้ก้นชิดกับพนักพิง ยกมือขึ้นประสานกัน ฝ่ามืออยู่ด้านบน ค่อยๆ เอนตัวไปด้านหลังจนสุดเท่าที่ทำได้ ค้างไว้สักครู่จึงกลับท่าเดิม |
อย่ารอให้อาการ Office Syndrome เล็กน้อยลุกลามเป็นโรคร้ายจนต้องพึ่งหมอเลยนะคะ รับรองว่าป้องกันด้วยตัวเองเป็นเรื่องง่ายกว่าเยอะ
บทความและภาพเป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัท ดีเอชซี (ประเทศไทย) จำกัด หากต้องการนำภาพและบทความไปใช้กรุณาติดต่อ OliveClub@dhc.co.th หรือ webmaster@dhc.co.th |